คุณคิดว่าเปลเด็กอ่อนสำคัญต่อลูกคุณหรือไม่

สวัสดีสำหรับผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ขอให้ท่านทราบว่าท่านกำลังจะได้ความรู้ที่สำคัญยิ่งเกี่ยวกับเปลเด็กอ่อนหากท่านยังไม่รู้หรือหากท่านรู้แล้วก็คือว่าเป็นการตรวจสอบความรู้ของท่านให้ถูกต้องตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นหากท่านกำลังอ่านและคิดว่าจะอ่านให้จบแสดงว่าท่านกำลังสนใจเปลเด็กอ่อนและกำลังจะเป็นผู้ที่เข้าใจอย่างดีเกี่ยวกับเปลเด็กอ่อนอีกด้วย หากท่านเพียงแต่พอรู้หรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับเปลเด็กอ่อนว่ามันสำคัญขนาดไหน ขอให้ท่านจงพยายามอ่านบทความนี้ให้จบ ให้คิดถึงหน้าลูกเอาไว้ การอ่านบทความนี้ท่านไม่ได้ทำเพื่อท่านเพียงคนเดียว ท่านยังทำเพื่อลูกน้อยของท่านด้วย

คำถามก็คือ “คุณคิดว่า เปลเด็กอ่อน มีความสำคัญต่อลูกคุณหรือไม่” คำตอบคือ สำคัญอย่างมาก เพราะอะไรคำตอบถึงเป็นเช่นนั้น จากที่หลายท่านเข้าใจว่าเปลเด็กอ่อนนั้นจะทำให้พ่อแม่ไม่ต้องไกวเปลลูก ซึ่งจะนำพาความสบายมาสู่พ่อแม่ผู้เลี้ยงเด็กยุคใหม่ ท่านจึงพากันใช้เปลเด็กอ่อนมันก็ไม่ผิด แต่มันก็ไม่ถูกทั้งหมด ถ้าท่านคิดว่าท่านใช้เปลเด็กอ่อนกับลูกน้อยของท่านแล้วท่านจะสบายขึ้น มีเวลาว่างมากขึ้นโดยไม่ต้องใส่ใจลูกน้อยของเราเลย แสดงว่าท่านกำลังมองประโยชน์ของเปลเด็กอ่อนผิดเพี้ยนไป เพราะจุดประสงค์จริงๆของเปลเด็กอ่อนนั้นนอกจากจะช่วยผ่อนแรงของแม่ที่เลี้ยงลูกแล้ว เปลเด็กอ่อนยังมีส่วนช่วยให้ลูกน้อยของเราเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพด้วย นั่นหมายถึงพัฒนาการของเขาจะถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นปรกติ แต่หากคุณแม่ใช้เปลเด็กอ่อนกับลูกน้อยของคุณนั้นหมายความว่าคุณกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ลูกของคุณมีพัฒนาการที่ไม่สมวัย อาจจะช้ากว่าวัยหรือเร็วกว่าวัย ไอ่เร็วกว่าวัยนี่ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ แต่พัฒนาการใช้กว่าวันนี่ซิปัญหาระดับชาติเลยละ เพราะพัฒนาการของเด็กทารกนั้นต้องอาศัยการหลับที่สนิทและยาวนานเข้ามาช่วย และสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เด็กหลับสนิทและยาวนานได้ก็คือเปลเด็กอ่อนนั่นเอง

หลายคนส่งสัยว่าทำไม่เปลเด็กอ่อนถึงทำให้เด็กหลับได้อย่างสนิทและยาวนานหลายชั่วโมง ก็เพราะจังหวะการไกวของเปลนั้นสม่ำเสมอ ไม่มีกระชาก ไม่มีหยุดไกว มันจึงเป็นการไกวที่สมบูรณ์แบบ และก็ทำให้ลูกของคุณหลับได้อย่างสนิทและยาวนานไปเอง ทีนี้คุณตอบได้รึยังว่า เปลเด็กอ่อนมีความสำคัญต่อลูกน้อยหรือไม่ ถ้ายังตอบไม่ได้ก็ขอให้ย้อนกลับไปอ่านเริ่มต้นใหม่นะครับ

เปลเด็กอ่อนควรเลือกแบบไหนดี

คำถามยอดฮิตตลอดกาล เปลเด็กอ่อนควรเลือกแบบไหนดี มันคงจะเป็นปัญหาสำหรับพ่อแม่มือใหม่และว่าที่พอแม่มือใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อก่อนมันก็เคยเป็นปัญหาของพ่อแม่ที่กำลังเลี้ยงลูกอยู่และที่เคยเลี้ยงลูกไปแล้ว เราได้รวบรวมข้อมูลการเลือกเปลเด็กอ่อนมาให้ท่านไว้ในบทความนี้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปอ่านหลายที่ เพราะปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการเลือกเปลไกวนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย และวิธีการเลือกและตัดสินใจที่จะซื้อเปลเด็กอ่อนนั้นก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเหมือนกัน ฉะนั้นเราจึงได้รวบรวมเอามาไว้ในบทความบทนี้หมดแล้ว

เราต้องมาแยกประเภทของเปลเด็กอ่อนกันก่อนก่อนที่จะไปเลือกว่าประเภทไหนควรใช้ การแยกประเภทของเรานั้นเราจะแยกประเภทตามลักษณะการไกวของเปลนั่นก็คือ เปลเด็กอ่อนแบบธรรมดา และ เปลเด็กอ่อนแบบอัตโนมัตินั่นเอง ซึ่งปัจจัยพื้นฐานของเปลทั้งสองอย่างนี้ยังมีครบ สิ่งที่ทำให้เปลทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันก็คือการไกวของแต่ละลักษณะ เปลไกวแบบธรรมดาก็จะต้องออกแรงหน่อย เพราะต้องไกวเปลตลอดเวลาที่เด็กหลับ ส่วนเปลเด็กอ่อนแบบอัตโนมัตินั้นจะเพิ่มฟังก์ชั่นการไกวตัวเองอย่างอัตโนมัติเข้ามา หมายความว่าใครที่ใช้เปลเด็กอ่อนแบบอัตโนมัตินั้นจะไม่ต้องไกวเปลเองอีกต่อไปเพราะเปลไม่ไกวตัวเองได้ ซึ่งถือว่าเป็นเปลเด็กอ่อนประเภทที่น่าใช้มากๆเหมือนกัน แต่ก็ยังมีคนเลือกที่จะใช้เปลเด็กอ่อนแบบธรรมดาอยู่ก็เพราะ ราคาของเปลเด็กอ่อนทั้งสองชนิดที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้เปลทั้งสองแบบต่างก็มีข้อดีกันไปคนละข้อ ฉะนั้นที่ที่เลือกว่าจะใช้เปลแบบไหนนั้น เงิน จึงถือเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเปลมากที่สุด เพราะใจจริงแล้วทุกคนก้อยากจะใช้ของดีๆกับลูกน้อยของตัวเองกันทั้งนั้นแหล่ะ แต่ด้วยสาเหตุเรื่องเงินจึงทำให้บางคนยังต้องใช้เปลที่ราคาถูกอยู่นั่นก็คือเปลเด็กอ่อนแบบธรรมดานั่นเอง

ฉะนั้นท่านก็คงพอจะเดาออกแล้วใช่ไหมครับว่า ควรเลือกเปลเด็กอ่อนแบบไหนดี เนื่องจากเปลเด็กอ่อนแบบอัตโนมัตินั้นเป็นการนำข้อบกพร่องของเปลเด็กอ่อนแบบธรรมดาไปแก้ไข ดังนั้นเปลเด็กอ่อนแบบอัตโนมัติจึงดีกว่าแบบธรรมดาอยู่แล้ว หากท่านสามารถซื้อเปลเด็กอ่อนแบบอัตโนมัติมาใช้กับลูกของท่านได้เราก็แนะนำให้ท่านซื้อเลยครับ แต่หากจำเป็นจริงๆเงินไม่พอท่านก็สามารถที่จะซื้อเปลเด็กอ่อนแบบธรรมดาไปใช้กับลูกของท่านก็ยังได้อยู่ เพราะจริงๆแล้วปัจจัยพื้นฐานของเปลนั้นทั้งสองแบบมีครบเหมือนกัน

เลือกเปลไกวอย่างไรให้ลูกชอบ

หากคิดจะมีลูกน้อยแล้ว เปลไกวก็คือสิ่งสำคัญที่ต้องคิดถึงในลำดับถัดมา ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน เปลไกวก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการเลี้ยงลูก เพราะหากคุณปล่อยปะละเลยเรื่องเล็กๆพวกนี้ไป ปัญหาที่ใหญ่หลวงในอนาคตอาจจะรอคุณอยู่เนื่องจากการนอนของเด็กนั้นมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก ทั้งใจด้านสมอง ร่างกายและจิตใจ หากเด็กนอนหลับไม่สนิท สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือพัฒนาการของเด็กมีปัญหา และสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการนอนมากที่สุดก็คือเปลไกว โดยในปัจจุบันนั้นเปลไกวเรามีหลายแบบให้เลือกใช้ตามความพอใจและกำลงทรัพย์ของท่าน

“เลือกเปลไกวอย่างไรให้ลูกชอบ” จริงๆแล้วคำถามนี้คนที่ตอบได้ดีที่สุดก็คือตัวคุณแม่เอง คุณแม่อุ้มท้องเขามาเก้าเดือนคุณแม่ถือเป็นคนเดียวที่ใกล้ชิดเขาที่สุด ท่านเคยได้ยินไหมว่าหากแม่มีอารมณ์แบบไหนก็จะมีผลต่อลูก คุณแม่คือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับลูกน้อยมากที่สุด ฉะนั้นการเลือกเปลไกวนั้นหากคุณแม่ชอบก็เปอร์เซ็นมากที่ลูกน้อยของเราจะชอบด้วย แต่การเลือกเปลไกวนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานที่สำคัญของเปลด้วยนั่นก็คือ แคบและไกวได้สะดวก ถ้าคุณแม่ไม่ลืมปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของเปลแล้วละก็ การเลือกเปลไกวของคุณแม่ก็คงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะก็ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ว่าเด็กจะชอบหรือไม่ แต่เกือบร้อยเปอร์เซ็นเปลไกวที่แม่ซื้อมานั้นจะถูกใจลูกน้อยของคุณด้วย ถ้ายังอยู่บนพื้นฐานสำคัญของเปลดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การเลือกเปลไกวสำหรับเด็กก็จะไม่มีปัญหา คุณแม่บางคนเป็นกังวลว่าลูกจะไม่ชอบนั่นแหละมันอาจจะส่งผลต่อลูกในท้องของคุณในทันมี อีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องทำก็คือความมั่นใจในการเลือกซื้อเปลไกว นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งขอคุณแม่จงมั่นใจว่าเปลที่ตัวเราชอบลูกของเราก็ต้องชอบด้วย

ทิปหรือเทคนิคพิเศษอะไรน่ะไม่มีหรอก มันขึ้นอยู่กับคุณแม่ล้วนๆประมาณ 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% คือปัจจัยภายนอกๆก็คือพื้นฐานที่สำคัญของเปลนั่นก็คือ แคบ มืด และไกวได้สบาย แคบหมายถึงเปลไกวจะต้องไม่กว้างเกินไปเพราะเด็กทารกนั้นเคยชินกับการนอนในที่แคบมา ฉะนั้นเปลไกวเด็กยิ่งแคบยิ่งดี มืด ก็ไม่ต่างจากแคบครับเด็กทารกเคยชินกับการนอนในที่มืดมาก่อนในท้องแม่ ฉะนั้นเปลไกวถ้าเป็นไปได้ควรทำให้มันมืดด้วยก็จะดี และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเปลไกวก็คือการไกวที่ต้องไกวได้ง่ายด้วย

เปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen

สำหรับเปลญวนเด็กรุ่นนี้ เป็นเปลที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่กำลังศึกษาและเลือกเปลนอนให้กับลูกน้อยอบุ่ ซึ่งเราขอเสนอ เปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen เลยค่ะ รับรองว่าถูกใจคุณแม่แน่นอน แถมลูกน้อยของคุณก็ยังชอบอีกด้วยนะ แต่เอ๊ ทำไมเปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen  ถึงเป้นที่นิยมและต้องการของคุณแม่ส่วนใหญ่กันนะ นั่นเป็นเพราะว่า…

มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อมในตัว

เปลเด็กอ่น Playpen รุ่น ToonPen มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อมในตัว ซึ่งก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้กับลูกน้อยได้มากทีเดียว แถมที่เปลี่ยนผ้าอ้อมยังเป้นแบบวัดความสูงของลูกน้อยด้วยนะ ทีนี้คุณแม่ก็สามารถวัดความสูงของลูกน้อยได้ตลอดเวลาแล้วล่ะ แถยังเปลี่ยนผ้าอ้อมได้สะดวกมากทีเดียว

เสามุ้งสุดไฮเทค

เปลญวนเด็กรุ่นอื่น เขาจะมีมุ้งแบบเป็นมุ้งครอบบนที่เปิดปิดได้ แต่สำหรับ เปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen มีอะไรที่พิเศษกว่าคะ คือมีมุ้งแยกต่างหาก แต่จะมีเสามุ้งไว้ปักที่เหลี่ยมเปลทั้ง 4 มุม จึงทำให้มุ้งสูงขึ้น ซึ่งความสูงของมุ้งนี่ล่ะจึงทำให้ลูกน้อยนอนหลับสบายและทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี และไม่ทำให้อึดอัดด้วยนะ นอกจากนี้มุ้งแบบนี้ยังสร้างความสวยงามให้กับเปลญวนเด็ก เปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen ได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นมุ้งสีขาวค่ะ

สะดวกด้วยช่องใส่ขวดนม

นอกจจากจะทำให้ลูกน้อยนอนหลับสบายแล้ว เปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen ยังมีช่องใส่ขวดนมให้พร้อม เวลาที่ลูกน้อยกินนมเสร็จก็เอาขวดนมใส่ไว้ในช่องใส่ขวดนมได้เลย ยิ่งถ้าลูกน้อยของคุณรู้จักหยิบขวดนมกินเองด้วยแล้ว ก็จะสะดวกมากเลยล่ะ แค่เสียบขวดนมไว้ให้เขาในเปล เดี๋ยวเขาก็หยิบกินเองล่ะเนอะ

พับเก็บใส่กระเป๋าได้

เปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen สามารถพับเก็บใส่กระเป่าได้ จึงเหมาะกับการพกพาไปไหนมาไหนมากทีเดียว ทีนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าพาลูกน้อยไปเที่ยวแล้วจะไม่มีเปลนอนหรอกค่ะ เพราะคุรสามารถที่จะพับเก้บแล้วพกพาไปไหนมาไหนด้วยได้ทุกที่เลยล่ะ

มีสีให้เลือกถึง 3 สี

คุณสามารถเลือกสีเปลได้ถึง 3 สี ซึ่งก็มี สีฟ้า สีแดงและสีน้ำตาลนั่นเอง ชอบสีไหนก็เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ

เปลญวนเด็ก Playpen รุ่น ToonPen เป็นเปลที่น่าใช้จริงๆ เลยใช่ไหมคะ แล้วคุณแม่ได้ซื้อเปลญวนเด็กให้ลูกนอนหรือยัง

 

เปลไกวไฟฟ้าเปลเด็กยุคใหม่ใครๆก็ต้องการ

เปลเด็กนั้นมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สมัยก่อนเปลไกวเด็กนั้นจะเป็นเปลที่ทำจากผ้าขาวม้าและใช้แรงคนในการไกวเปล และพัฒนามาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้พัฒนาถึงขั้นสูงที่สุดของเปลก็ว่าได้ นั่นก็คือเปลไกวไฟฟ้า สำหรับเปลไกวไฟฟ้านั้นก็ได้รับการพัฒนามาจากเปลเด็กแบบธรรมดา และเปลเด็กธรรมดาก็ได้รับการพัฒนามาจากเปลเด็กสมัยเก่าที่ทำจากผ้าขาวม้า นี่คือวิวัฒนาการของเปลเด็กจนทุกวันนี้เปลที่ใช้กนทั่วไปนั้นจะมีเปลไกวไฟฟ้าและเปลไกวเด็กแบบธรรมดาที่ต้องใช้คนไกวก็ยังมีให้เห็นอยู่

ในยุคเก่าสมัยก่อนนั้น เปลไกวเด็กยังต้องใช้แรงคนในการไกวเปลอยู่ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ถือว่าไม่ได้เสียหายอะไรเสมอตัวหรืออาจจะดีด้วยซ้ำไป เพราะอย่างน้อยเด็กก็ได้ใช้เปลในการนอนตามที่คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับกันว่าถ้าจะให้เด็กนอนหลับดี หลับสนิท หลับนาน ต้องให้นอนเปล แต่หากนำมาเทียบกับยุคปัจจุบันแล้วเปลสมัยเก่านั้นถือว่ายังขาดความสมบูรณ์อยู่เพราะมีเปลสมัยใหม่มาก็คือเปลไกวไฟฟ้า ที่สามารถไกวได้เองโดยไม่เราไม่จำเป็นต้องไปนั่งไกวเองตลอดเวลาเลย จะมีได้ไกวก็ตอนที่เริ่มเปิดเครื่องเพราะกำลังไฟที่จ่ายเข้าไปในเครื่องไกวนั้นน้อยมาก ต้องช่วยไกวให้เปลไกวไฟฟ้าได้เริ่มมีจังหวะในการแกว่งเปลก่อน เราก็สามารถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเปลไกวไฟฟ้าของเราต่อไป ด้วยความสะดวกสบายที่เปลไกวไฟฟ้าสามารถให้กับคนที่ใช้มันได้ ทำให้เปลไกวไฟฟ้าเป็นที่ต้องการอย่างมากในปัจจุบัน และถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยชีวิตขิงคนในยุคปัจจุบันนี้นั้นอะไรๆก็อาศัยเครื่องจักรเครื่องยนต์ไปซะหมด ทำให้ชีวิตเกิดความเคยชินกับความสบายแบบนี้ เปลไกวไฟฟ้าจึงถูกมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นไปเสียแล้วสำหรับคุณแม่ในยุคปัจจุบัน

หากใครจะมีเด็กทารกไว้ในครอบครอง ต้องมีเปลไกวไฟฟ้าไว้ใช้ด้วย กลายเป็นของคู่กันไปเสียแล้ว ถึงราคาในปัจจุบันจะค่อนข้างสูงนิดหน่อย แต่หากให้คุณแม่ยุคใหม่เลือกก็แน่นอนอยู่แล้วความสบายต้องมาก่อน เปลไกวไฟฟ้าจึงถูกเลือกให้มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้สำหรับครอบครัวที่จะมีเด็ก ด้วยคุณประโยชน์สารพัดนึกของเปลไกวไฟฟ้า ทำให้เป็นที่นิยมชมชอบอย่างมากของคุณแม่ในยุคปัจจุบัน นอกจากความสบายที่เป็นปัจจัยหลักในการเลือกใช้เปลไกวไฟฟ้าของคุณแม่แล้ว การงานที่คั่งค้างของคุณแม่ก็มีส่วนในการตัดสนใจใช้เปลไกวไฟฟ้าเหมือนกัน และที่สำคัญเปลไกวไฟฟ้านั้นยังส่งผลดีกับการนอนของเด็กน้อยอย่างมากอีกด้วย

เปลญวนเด็ก เปลที่แพทย์แนะนำ

พ่อแม่ที่เคยให้ลูกนอนด้วยเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมหมอถึงให้ระวังเรื่องการเอาลูกนอนด้วย เพราะหนึ่งคุณควรระวังทับเด็กเวลาเรานอนมักจะไม่รู้ตัวพ่อแม่บางคนตัวใหญ่อาจจะไม่เหมาะกับการเอาน้องมานอนด้วย อีกอย่างคือถ้าจะให้แนะนำคือผู้ปกครองน่าจะลองไปหาซื้อเปลญวนเด็กเพื่อให้น้องได้นอนคนเดียว อย่างน้อยน่าจะปลอดภัยกว่าเปลญวนเด็กถ้าเป็นเด็กประมาน 2-3 ขวบคุณพ่อคุณแม่จะแยกนอกออกมานอนเดี่ยวก็ได้ครับเผื่อว่าคุณพ่อคุณแม่จะได้มีเวลานอนเต็มอิ่ม น้องนอนคนเดี่ยวน้องก็อาจจะนอนเต็มอิ่มเพราะเวลาน้องนอนเปลญวนเด็กจะทำให้นอนหลับสบายถ้าจะให้ดีกว่านี้ควรหาตุ๊กตาหรือไม่ก็หมอนข้างมาไว้ใกล้ๆน้องจะดีเหมือนกันนะคะ

เหมือนผมครับผมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งน้องเป็นเด็กที่นอนดิ้นมาก ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยไปซื้อเปลญวนเด็กมาให้นอนแล้วเอาตุ๊กตาที่น้องชอบให้น้องกอด แต่ไม่ใช่ทิ้งน้องไว้คนเดี่ยวนะครับเวลาลุกไปเข้าห้องน้ำก็จะแวะเข้าไปดูบ้าง กลัวน้องตื่นตอนดึกแต่ตั้งแต่ซื้อเปลไกวเด็กมาน้องไม่เคยตื่นตอนดึกเลย อาจจะเป็นเพราะว่าเหมือนเวลาที่นอนกับเราก็เป็นไปได้เปลญวนเด็กที่ซื้อมาเนื้อที่ก็ไม่ได้กว้างเท่าไหร่ เหมาะพอดีกับเด็กคนหนึ่งนอนแล้วถ้ามีตุ๊กตาล้อมมันก็อาจคล้ายๆกับเวลานอนกับเราดิ้นไปไหนก็ไม่ได้ ผมชอบมากครับเวลานอนผมก็นอนหลับสนิทมากกว่าเดิมที่ให้น้องมานอนด้วยเพราะผมกลัวทับลูก นอกจากนี้ผมก็คิดว่าเปลญวนเด็กน่าจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กได้เหมือนกันนะ เพราะตั้งแต่ผมให้ลูกสาวนอนเปลญวนเด็ก เขาก็มีพัฒนาการดีมาก สมวัยและยังดูเหมือนจะแก่นกว่าวัยอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกหลับสบายและมีพัฒนาการดี ก็ลองซื้อเปลญวนเด็กมาให้ลูกนอนกันดูนะครับ

พ่อแม่ท่านอื่นที่อยากใช้วิธีเดียวกับผมก็ได้นะครับเพราะว่าผมลองมาแล้ว ไม่ต้องกลัวลูกตื่นตอนดึกหลับสบายทั้งคืน ลองไปซื้อเปลไกวเด็กมาใช้ดูนะครับผมไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ไม่ใช่แค่หลับสบายแต่เวลาตื่นน้องก็ไปไหนไม่ได้เพราะอยู่แต่ในเปลสำหรับคนที่เข้ามาอ่านลองแนะนำเพื่อนๆด้วยก็ได้นะครับอาจจะดีกับใครหลายๆคนก็ได้นะครับ ตัวผมและภรรยาเองยังชอบให้ลูกนอนเปลญวนเด็กเลย นี่ก้ว่าจะเก้บไว้ใช้กับลูกคนต่อไปด้วย

วิธีการประกอบเปลไกวไฟฟ้า AUTORU สำหรับลูกน้อยภายใน 1 นาที

นอกจากเปลไกวไฟฟ้า AUTORU จะมีคุณสมบัติที่ดีอย่างมากมายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คุณแม่ส่วนใหญ่เกิดความประทับใจ คงจะไม่พ้นไปจากวิธีการเลือกใช้ หรือวิธีการประกอบเปลไกวไฟฟ้า ที่ดูเหมือนแสนจะง่ายดายและสามารถทำได้ภายใน 1 นาที ซึ่งในส่วนนี้คุณแม่ส่วนใหญ่ประทับใจเป็นอย่างมาก เพราะสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวกสบาย และรวดเร็วทันใจ แถมยังคงสร้างความปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้อย่างครบครันอีกด้วย ส่วนวิธีจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลยค่ะ

1.กางโครงสร้างเปล และใส่ที่ล็อคทั้ง 4 ด้าน

สิ่งแรกที่คุณแม่จะต้องทำในการประกอบเปลไกวไฟฟ้า นั่นก็คือ ทำการกางโครงสร้างของเปลออกมาแต่ละข้าง ซึ่งโครงสร้างของเปลไกวไฟฟ้าแต่ละข้าง ย่อมที่จะมีที่ล็อคขาทั้ง 4 ด้านอยู่ด้วย เพื่อที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในทุก ๆ ระดับการไกวเปล เพราะฉะนั้นแล้ว คุณแม่ไม่ควรที่จะลืมใส่ที่ล็อคขาโครงสร้างทั้ง 4 ด้านในทุก ๆ ครั้งที่ได้ทำการประกอบเปล AUTORU

  1. นำชุดเปลไกวไฟฟ้า AUTORU มาแขวน

หลังจากที่คุณแม่ได้ทำการประกอบเปลไกวไฟฟ้า โดยการกางโครงสร้างและทำการล็อคขาโครงสร้างทั้ง 4 ด้านแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำชุดเปลไกวไฟฟ้า AUTORU มาแขวนเอาไว้ทั้ง 2 ข้าง ถึงแม้ว่าการนำเปลมาแขวนจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แต่คุณแม่ก็ควรที่จะทำการตรวจสอบ ว่าการแขวนเปลในครั้งนั้น คุณแม่ได้ทำการแขวนตัวแปลอย่างดีและลงล็อคโครงสร้างเปลอย่างดีแล้ว

  1. ทำการกางมุ้ง

หลังจากที่คุณแม่ได้นำชุดเปลไกวไฟฟ้า AUTORU มาแขวนทั้งสองข้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงสร้างและส่วนประกอบทั้งหมดก็นับได้ว่าถูกประกอบขึ้นอย่างครบถ้วน หากคุณแม่ต้องการเลือกใช้มุ้งในขณะเดียวกัน คุณแม่สามารถกางมุ้งทางด้านหนึ่งไปครอบอีกด้านหนึ่งให้สนิทได้ในทันที เพื่อป้องกันยุงและแมลงไม่ให้มารบกวนลูกน้อยในขณะหลับนอนนั่นเอง

  1. ปรับระดับการไกวเปลที่ต้องการ

หลังจากที่ได้มีการประกอบเปลไกวไฟฟ้า AUTORU อย่างเสร็จสิ้น พร้อมทั้งคุณแม่ได้ทำการกางมุ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้คุณแม่ก็สามารถนำลูกน้อยมานอนในเปลไกวไฟฟ้า AUTORU ได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งต่อจากนี้ คุณแม่ควรทำการเปิดและปรับระดับการไกวเปลในระดับที่คุณแม่ต้องการ ซึ่งการปรับระดับการไกวนั้น ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและความเหมาะสมกับการหลับนอนของลูกน้อย

และนี่ก็คือขั้นตอนการประกอบเปลไกวไฟฟ้า AUTORU เพียงแค่ 1 นาที ซึ่งเป็นวิธีการที่ดูง่ายดาย และใคร ๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ แบบไม่ต้องกังวลใจ เพียงเท่านี้คุณแม่ก็สามารถเลือกใช้เปลไกวไฟฟ้าให้กับลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรับประโยชน์ในการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แบบแล้วละค่ะ

สร้างเสริมนิสัยการนอนที่ดี ด้วยเปลไกว

วันนี้ลองมาทำความรู้จักรกับการสร้างนิสัยการนอนหลับที่ดี  ให้แก่เจ้าตัวน้อยของคุณพ่อและคุณแม่ เพื่อส่งเสริมการนอนหลับที่ดีตั้งแต่เยาว์วัยกันดีกว่า ซึ่งเปลไกวที่เราจะเสนอวันนี้ก็คือเปลไกวไฟฟ้านั่นเองค่ะ

1.ส่งเสริมกิจกรรมระหว่างวันเมื่อเจ้าลูกตัวน้อยตื่น ด้วยวิธีการร้องรำทำเพลงไปด้วยกัน  ในสถานที่ที่มีความสว่างและมีแสงส่องอย่างพอดี

2.พยายามอย่าปรับเปลี่ยนเวลานอนของลูกน้อย ให้ลูกน้อยเข้านอนในเวลาเดิมอยู่เสมอ อาจจะหากิจกรรมส่งเสริมการนอนด้วยการ เล่านิทานให้ฟัง เป็นต้น  แต่ตอนอ่านนิทานด้วยเสียงที่เบา และหรี่ไฟให้สลัวๆ อีกทั้งไม่เล่นกับลูกในเวลากำลังจะนอน(เพราะจะทำให้ต่อไปเป็นเด็กนอนยาก ถึงเวลานอนไม่ยอมนอนเพราะห่วงจะเล่น)

3.วางเจ้าลูกตัวน้อยลงบนเปลไกวไฟฟ้า ไม่ว่าจะกำลังทำตาแป๋ว (ตื่นอยู่ ) หรือกำลังง่วงงุนก็ตาม เพื่อให้ลูกน้อยได้เกิดความสัมพันธ์กับที่นอน อาจจะพูดกับลูกไปด้วย เช่นคำว่า นอนเถอะซะนะจ๊ะ แล้วจุมพิตที่ศีรษะเจ้าตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะวางลูกลงในเปลไกวไฟฟ้า แล้วเดินออกห่างจากลูกน้อยออกมา

4..หากลูกมีอาการโยเย โมโหหรือโกธร เวลากลางคืน อย่าใช้อารมณ์กับลูกน้อยนะคะ ให้ใจเย็นๆ พูดจาปลอบประโลมเจ้าตัวน้อยด้วยความอ่อนโยน  จากนั้นวางเจ้าตัวน้อยลงบนเปลไกวไฟฟ้า จากนั้นให้เดินออกมา หากเจ้าตัวน้อยยังร้องอยู่อีก ให้กลับไปปลอบโยนอีกครั้ง อาจจะต้องทำหลายๆครั้งหน่อย แต่ต่อไปเจ้าตัวน้อยจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า และนอนหลับไปเองค่ะ

5.ให้ตุ๊กตาน่ารักๆสักตัวหนึ่งให้ลูกได้นอนกอด วิธีการนี้ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นวางใจ แต่ถ้าเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวน้อยนอนหลับสนิทไปแล้ว ให้คุณแม่ค่อยๆดึงเจ้าตุ๊กตาออกแล้วเปลี่ยนเป็นหมอนข้างจะดีกว่า

6.วิธีนี้อาจจะยากเย็นสักหน่อย สำหรับคุณแม่กับคุณพ่อ (และส่วนมากจะทำไมได้ด้วย) คือปล่อยให้เจ้าลูกน้อย ร้องไหอยู่ในเปลไกวเด็กไฟฟ้าไว้เลยค่ะ ให้รีบเดินออกห่างและต้องทำใจแข็งเข้าไว้ ห้ามหันกลับไปดูนะคะ ถ้าราวๆสัก 5 นาทียังร้องไห้ไม่หยุดอยู่ ให้เข้าไปปลอบแล้วเดินออกมาใหม่ ใจแข็งสัก 5 นาทีกับลูก แต่ถ้าประเภทว่า เจ้าตัวน้อยไม่มีอาการงอแง แต่ไม่ยอมจะนอน ก็อย่างเข้าไปหาเจ้าตัวน้อยเพื่อปล่อยให้เขาได้นอนหลับโดยธรรมชาติ โดยเราอาจจะต้องเฝ้าอยู่ห่างๆเพื่อฝึกให้เขาได้หลับเองโดยไม่ต้องกล่อมให้หลับอีกต่อไป

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ  กับวิธีการสร้างนิสัยให้ลูกได้นอนหลับอย่างเป็นเวลาแล้ว ก็อย่าลืมหา เปลไกวดีๆสักอันที่ทำให้ลูกคุณได้นอนหลับสบายอย่างยาวนาน แถมยังได้พัฒนาการของเจ้าตัวน้อยไปด้วย  เพื่อให้เจ้าตัวน้อยได้เติบโตมีคุณภาพ การดูแลเอาใจใส่อย่างดี และอย่างถูกต้องตั้งแต่อยู่ในเปลนั้น จะทำให้เขาโตขึ้นอย่างมีคุณภาพแน่นอนค่ะ

 

เปลเด็กกับธรรมชาติของเด็ก

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมากๆเลยทีเดียวนะคะ ที่จะต้องเลี้ยงลูกน้อยตัวเล็กๆ ที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลกได้เพียงไม่นาน   ยิ่งในช่วงสองสามสัปดาห์แรกถือว่าเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างมากเลยในการให้เวลาลูกน้อยในการปรับตัวให้เคยชินกับสภาพแวดล้อมที่อยู่ภายนอกครรภ์ จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะตื่นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ในช่วงแรกๆ เราอาจจะต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเด็กในวัยนี้กันก่อน ว่าเขาอาจจะมีตื่นขึ้นมาร้องไห้บ้างในตอนกลางคืนหรือแม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เราไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ซึ่งอาจจะทำให้เราต้องรีบกุลีกุจอมาดุเขาด้วยความเป็นห่วง นานวันเข้าก็ทำให้เราพักผ่อนไม่พอ แถมคุณแม่บางคนก็ยังมีแผลคลอดหรือแผลผ่าตัดที่ยังคงต้องรักษาอยู่ ถ้าหากมีการพักผ่อนน้อยก็อาจจะทำให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยได้  เพราะฉะนั้นเปลเด็กจึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ในการเลี้ยงลูกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเลยล่ะ เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยโบราณได้ใช้กันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แต่เป็นเพราะในสมัยก่อนนั้น คนไทยส่วนใหญ่มักจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ และมีเวลาว่างในการเลี้ยงลูกเนื่องจากไม่ค่อยได้ออกไปทำงานนอกบ้านกันมากนัก  การเลี้ยงลูกจึงเป็นไปอย่างง่ายดายเพราะมีการช่วยเหลือต่อกัน แต่สังคมไทยในปัจจุบันนั้นมักจะอาศัยอยู่ในครอบครัวที่เล็กหรือเป็นครอบครัวเดียวที่มีเพียงพ่อ แม่ และลูก เมื่อสามีต้องออกไปทำงาน ภาระหน้าที่ทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของเราแม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงลูก งานบ้านที่จะต้องทำให้สะอาดเรียบร้อย เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ที่เราจะต้องอาศัยเครื่องผ่อนแรงอย่างเปลเด็ก เพราะจะได้เป็นการเพิ่มเวลาว่างให้เราได้มีเวลาในการพักผ่อนมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งอุ้มลูกจนเมื่อยเหมือนที่ผ่านๆ มากันแล้ว จัดได้ว่าเปลเด็กเป็นอุปกรณ์ของใช้เด็กที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ในยุคนี้สมัยนี้ เพราะมันเป็นตัวช่วยที่จัดได้ว่าดีมากๆในการช่วยเหลือคุณแม่มือใหม่ในการกล่อมลูกให้นอนหลับได้ง่ายและยาวนานยิ่งขึ้น เพราะหากคุณแม่มีเวลาแม้กระทั่งการพักผ่อนนั้น จะเกิดผลเสียทั้งต่อตัวคุณแม่และคุณลูกเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ถ้าหากลูกเกิดอาการกลัวเราก็ต้องปลอบโยนและช่วยเหลือลูกด้วย เพราไม่อย่างนั้นก็อาจจะทำให้เขานอนหลับยากกว่าเดิมได้ ถ้าลูกกลัวความมืดก็เปิดไฟสลัวๆ ทิ้งไว้ และพูดให้ความมั่นใจว่าพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ถ้าหนูกลัวก็เรียกได้นะ และเขาก็จะกล้านอนคนเดียวในที่สุดค่ะ

5 เทคนิคง่ายๆ ใช้ เปลไกวอัตโนมัติ ฝึกลูกนอน

คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่มักมีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลเรื่องการนอนของลูก โดยเฉพาะในวัยทารกซึ่งเป็นวัยที่นอนยาก และมักมีอาการงอแงอยู่บ่อยๆ แต่คุณแม่เชื่อหรือไม่ว่าการฝึกการนอนนั้นช่วงวัยที่ง่ายและดีต่อการฝึกลูกนอนมากที่สุดคือช่วงวัยทารกนี่เอง ซึ่งเครื่องใช้ในการฝึกลูกนอนที่คุณแม่ควรเลือกใช้คือ เปลไกวอัตโนมัติ โดยมี 5 เทคนิคการฝึกมีดังนี้

สร้างความคุ้นเคย

สิ่งแรกที่คุณแม่ต้องทำในการฝึกให้ลูกน้อยของคุณแม่นอนใน เปลไกวอัตโนมัติ คือต้องสร้างความคุ้นเคยระหว่างลูกกับเปล ซึ่งให้ลูกได้นอนเล่น นอนในตอนกลางวันและตอนกลางคืนใน เปลไกวอัตโนมัติ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเคยชินในการนอนให้กับลูกได้ง่ายขึ้น และไม่ฝึกขณะลูกงอแงเพราะนั้นคือการต่อต้านอาจทำให้ลูกรู้สึกเหมือนโดนบังคับให้นอนใน เปลไกวอัตโนมัติ ได้

วางในเปลก่อนหลับ

สำหรับการฝึกให้ลูกนอนใน เปลไกวอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลาที่ลูกควรนอนจะต้องอุ้มลูกไปนอนใน เปลไกวอัตโนมัติ ก่อนที่ลูกจะหลับ เพื่อให้ลูกในหลับใน เปลไกวอัตโนมัติ ไม่ควรให้นอนหลับก่อนแล้วจึงมาวางใน เปลไกวอัตโนมัติ เพราะเด็กจะรู้สึกแปลกที่หรืออาจตกใจได้เมื่อมีการเปลี่ยนที่นอน

ก่อนนอนไม่เล่นกับลูก

ในเวลาก่อนนอนเป็นเวลาที่สำคัญมาก ดังนั้นเมื่อใกล้ถึงเวลานอนของลูก คุณพ่อและคุณแม่ไม่ควรเล่นกับลูกเด็ดขาด เพราะจะทำให้ลูกไม่ยอมนอนใน เปลไกวอัตโนมัติ หรือไม่อยากนอน ซึ่งอาจส่งผลต่อนิสัยก่อนนอนที่มีดีของลูกได้ ซึ่งนิสัยส่วนใหญ่คือการไม่ยอมนอน นอนยาก และติดเล่น

ไม่กินอิ่มก่อนนอน

ก่อนนอน เปลไกวอัตโนมัติ สิ่งที่คุณแม่ควรคำนึงถึงมากที่สุดคือ ไม่ควรให้ลูกกินนมจนอิ่มมากเกินไป เพราะการกินอิ่มก่อนนอนจะทำให้ลูกอึดอัดและไม่สามารถนอนใน เปลไกวอัตโนมัติ ได้ ซึ่งหากคุณแม่ให้ลูกนอนหลังจากที่อิ่มทันทีจะทำให้ลูกรู้สึกว่าเมื่อนอน เปลไกวอัตโนมัติ แล้วรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว

นอนตรงเวลาเสมอ

การฝึกให้ลูกนอน เปลไกวอัตโนมัติ ควรฝึกให้ลูกนั้นนอนตรงเวลาทุกวันและทำเป็นกิจวัตรทั้งในเวลาการนอนกลางวัน หรือในเวลากลางคืนคุณแม่จะต้องให้ลูกนอนตรงเวลา เพราะการนอนตรงเวลาเป็นนิสัยการนอนที่ดี

การฝึกลูกนอนด้วย เปลไกวอัตโนมัติ เป็นวิธีหนึ่งที่ง่ายและสะดวก อีกทั้งยังเหมาะสมกับลูกในวัยเด็กทารกอีกด้วย ซึ่งคุณแม่ค่อยสร้างความคุ้นเคยและฝึกนิสัยการนอนที่ดีให้กับลูก

https://www.youtube.com/watch?v=ltsp822VUEI