เผย 5 วิธีกล่อมลูกด้วย เปลไกวไฟฟ้า

การนอนของลูกเป็นเรื่องที่คุณแม่มองข้ามไม่ได้ เพราะการนอนหลับถือเป็นจุดเริ่มต้นดีๆ ของลูกทั้งในด้านพัฒนาการทางสมอง อารมณ์ สังคม จิตใจ การนอนของเด็กหลายคนจะต้องใช้การกล่อมมาเป็นตัวช่วยหลัก สำหรับการนอนด้วย เปลไกวไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การกล่อมสำเร็จเร็วขึ้น วิธีในการกล่อมลูกเพื่อให้นอนด้วย เปลไกวไฟฟ้า จึงเป็นวิธีที่อยากจะแบ่งปันให้คุณแม่ได้ทราบดังนี้

ไกวด้วยแรงสม่ำเสมอ

การนอนด้วย เปลไกวไฟฟ้า เป็นการกล่อมลูกให้นอนด้วยวิธีการไกวด้วยแรงทีสม่ำเสมอ เพราะ เปลไกวไฟฟ้า เป็นระบบอัตโนมัติสามารถปรับระดับการไกวได้อย่างเป็นธรรมชาติเลียนแบบการไกวเสมือนจริง และสามารถปรับระดับการไกวได้ถึง 5 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับก็จะมีแรงในการไกวที่เหมาะสม ไม่เหวี่ยงแรงหรือเบาจนเกินไป

เพลงกล่อม

เพลงกล่อมที่ควรใช้ในการกล่อมควรเปิดระหว่างที่นอนใน เปลไกวไฟฟ้า ซึ่ง เปลไกวไฟฟ้า มีฟังก์ชั่นในการให้เปิดเอ็มพีสามได้ โดยเพลงที่เลือกเปิดควรเป็นเพลงเบาๆ หรือเป็นเพียงดนตรีบำบัดที่ช่วยให้เด็กเพลินเพลิดในการฟัง ซึ่งเป็นการพัฒนาการและกระตุ้นการฟังให้ดีขึ้นด้วย โดยการเปิดเพลงกล่อมจะต้องเปิดในระดับเสียงที่เหมาะสมไม่ดังจนเกินไป เพราะจะเป็นการรบกวนการนอนเมื่อเด็กหลับแล้ว

เล่านิทาน

นิทานเป็นสิ่งที่คู่กับการนอนหลับมาตั้งแต่ไหนแต่ไร สำหรับการนอน เปลไกวไฟฟ้า ของเด็กนอกจากจะเปิดเพลงกล่อมแล้วยังควรเล่านิทานในช่วงเวลาก่อนนอนด้วย เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและยังเป็นการวสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณแม่ หรือคุณพ่อกับคุณลูกด้วย

เครื่องนอนระบายอากาศดี

การใช้เครื่องนอนใน เปลไกวไฟฟ้า จะต้องเป็นเครื่องนอนที่มีการระบายอากาศที่ดี และสำหรับ เปลไกวไฟฟ้า มีการวัดค่าอุณหภูมิ คุณแม่จะต้องตรวจสอบดูอุณหภูมิก่อนการนอนใน เปลไกวไฟฟ้า ทุกครั้งเพื่อให้เกิดความสบายในการนอนของลูกทุกครั้ง และเพื่อไม่ให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองผิวกับเครื่องนอนด้วย

นอนเวลาเดิม

การนอนใน เปลไกวไฟฟ้า ควรนอนในเวลาเดิมทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ตามเพื่อสร้างความเคยชิน และสร้างกิจวัตรที่ต้องปฏิบัติของเด็กๆ ซึ่งหัดในวัยนี้ก็จะสามารถหัดได้ง่าย เพราะเป็นวัยที่ไม่มีการต่อต้านใดๆ

การนอนด้วยการกล่อมพร้อมกับการนอนด้วย เปลไกวไฟฟ้า ช่วยให้เด็กนอนได้ง่ายขึ้น หลับสนิทและยาวนานขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากการไม่ตื่นกลางดึก หรือระหว่างการนอน รวมถึงเมื่อตื่นก็จะไม่เกิดอาการงัวเงียหรือหงุดหงิดและร้องไห้ด้วย

ความแตกต่างของเปลเด็กอ่อนกับเปลเด็ก

พักหลังๆมาผมเริ่มจะได้ยินคำพูดที่แปลกๆเยอะเหมือนกันเกี่ยวกับเปลเด็ก นั่นก็คือ เปลเด็กอ่อน  ผมอยากจะบอกคนที่คนที่คิดค้นคำนี้คำว่าเปลเด็กอ่อนขึ้นมาเหลือเกินว่า จะคิดขึ้นมาให้มันสับสนทำไมครับ แต่ก็ว่าเขาไม่ได้เขาอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องคิดคำพูดนี้ขึ้นมาใช้กับเปลเด็กเพราะจริงๆแล้วคำว่าเปลเด็กกับเปลเด็กอ่อนนั้นมันหมายถึงเปลชนิดเดียวกันนั่นก็คือเปลเด็กนั่นเอง จะไปเรียกเปลเด็กอ่อนให้มันสับสนกันทำไม เดี๋ยวก็เข้าใจผิดกันหมด เมื่อมีเปลเด็กอ่อนก็ต้องมีเปลเด็กแก่ ไปกันใหญ่เลยคราวนี้ ฮ่า…ๆ เปลเด็กจงเจริญ

เอาจริงๆแล้วคำว่า เปลเด็กอ่อน นั้นไม่ได้มีความหมายแตกต่างไปจากคำว่าเปลเด็กเลยครับ ความหมายคืออันเดียวกัน หมายถึงเปลที่เด็กใช้นอนเหมือนกัน แต่มีการกำหนดคำว่าเปลเด็กอ่อนขึ้นมาใช้อาจจะด้วยเหตุที่ว่าต้องชี้ให้ชัดๆว่าเป็นเปลเด็กนะและเด็กก็กำลังเกิดใหม่ๆ ซึ่งการใช้คำว่าเปลเด็กอ่อนนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้กับพ่อแม่มือใหม่ที่ยังตื่นเต้น กลัวว่าเปลเด็กจะมีหลายแบบยังไงก็ขอเอาของเด็กอ่อนหรือเด็กเกิดใหม่ไปก่อนเพราะตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่มากหรือเพิ่งจะเริ่มต้นใช้เปลก็เลยพูดให้ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้นว่า เปลเด็กอ่อน นะ เด็กกำลังเกิดใหม่อะไรประมาณนี้ ซึ่งผมดูแล้วมันก็เป็นคำที่เฉพาะเจาะจงลงไปเลยมันก็ให้ความหมายชัดเจนดี แต่ด้วยลักษณะนิสัยของคนไทยที่ชอบฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปเดือก ทำให้ความหมายของคำดูจะผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงที่มันควรจะเป็น แต่ถ้าเราเข้าใจแล้วมันก็ไม่มีอะไรที่เป็นใจความสำคัญไปกว่าเปลเด็ก ฉะนั้นถ้าพูดถึงความแตกต่างระหว่างคำว่าเปลเด็กอ่อนกับเปลเด็ก มันก็คงต้องพูดกันยาวหน่อย เพราะจริงๆแล้วความหมายไม่ได้ต่างกันแต่คนใช้จงใจพูดขึ้นมาว่าเปลเด็กอ่อนแสดงว่าเขาต้องมีความเข้าใจเป็นอย่างอื่นอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองที่เข้ามาอ่านบทความนี้นั้นก็ขอให้ทราบไว้ว่าคำว่า เปลเด็กอ่อน กับเปลเด็กนั้นมันคืออันเดียวกัน ความหมายเดียวกัน ไม่มีข้อแตกต่าง สิ่งผมกลัวก็คือกลัวมีเข้าใจผิดคิดว่าเปลเด็กอ่อนกับเปลเด็กคนละอย่างกันแล้วไปเสียเงินซื้อทั้งเปลเด็กอ่อนและเปลเด็กมา ซึ่งมันจะทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพราะจริงๆเปลเด็กอ่อนกับเปลเด็กก็คืออันเดียวกันซื้อแค่อันเดียวก็พอ ใช้ได้ตั้งแต่ลูกยังเล็กๆอายุเดือนครึ่งหรือสองเดือนซึ่งเป็นช่วงอายุที่เริ่มใช้เปล จนถึงอายุสองปีหรือสามปีก็แล้วแต่ความพอใจและความเหมาะสม

การเคลื่อนไหวทำให้เด็กมีอารมณ์ดี

 

การนอนใน เปลญวนเด็ก ของเด็กๆไม่ว่าจะเป็นนอนหลับจริงๆหรือนอนเล่น ก็ทำให้เด็กๆรู้สึกเพลิดเพลินได้ นั่นก็เพราะจุดเด่นของเปลญวณคือความสะดวกสบาย และความทนทาน สามารถพกพาไปไหนมาไหนก็ได้ และสามารถเลือกได้หลายขนาด ทำให้คุณพ่อคุณแม่เลือกที่จะใช้เปลญวณมากล่อมเด็กๆให้นอนหลับ และประโยชน์ของ เปลญวนเด็ก ยังมีมากกว่า เพราะยังทำให้เด็กๆหยุดร้องไห้หรืองอแงได้อีกด้วยเนื่องจากเด็กไม่ว่าจะเป็นวัยไหนย่อมชอบการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว การเคลื่อนไหวทำให้เขาได้เกิดความสนุกสนานได้เกิดความเบิกบานใจ ดังที่เราจะเห็นว่าเด็กๆชอบไปเล่นเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น หรือสวนสนุก เนื่องจากเกิดความสนุกสนาน เกิดความอยากรู้อยากลองอยากสัมผัส การเคลื่อนไหวจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ตอบสนองต่อความสุขของเด็กๆได้เป็นอย่างดี เช่น การทำชิงช้าให้เด็กนั่งเล่น หรือเด็กบางรายก็นอนเล่นนั่งเล่นใน เปลญวนเด็ก ทำให้เขาเกิดความเพลิดเพลินจิตใจแจ่มใส อารมณ์ดี สุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีไปด้วยเช่นเดียวกัน

เด็กๆที่ชอบร้องไห้งอแง คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะอุ้มมานอนใน เปลญวนเด็ก แล้วแกว่งไกว พร้อมกับร้องเพลงกล่อมไปด้วย อาจจะเป็นเพลงที่เขาชื่นชอบ หากเป็นจังหวะช้าๆก็จะทำให้เขาง่วงนอนได้ ด้วยว่าเด็กนั้นจะเกิดสมาธิเมื่อฟังเสียงร้องเพลง เขาจะจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น และเมื่อได้สัมผัสการเคลื่อนไหวของเปล ก็จะทำให้เขาเกิดความเคลิบเคลิ้มสบายใจ จนมีอารมณ์ที่ผ่อนคลายลง แล้วก็จะหลับในที่สุด แม้เด็กบางคนที่ยังไม่ง่วงนอนก็ตาม แต่ถ้าเด็กงอแงกับเรื่องใดแล้ว คุณพ่อคุณแม่พามานั่งเล่นในเปลญวณแล้วแกว่งไกวไปมาช้าๆ อาจจะให้เด็กนั่งบนตักของคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ ในกรณีที่ใช้ เปลญวนเด็ก ขนาดใหญ่ที่รับน้ำหนักได้มากทำให้ผู้ใหญ่นั่งได้ด้วย เมื่อให้เด็กนั่งตักแล้วก็แกว่งไกวจังหวะไปมาอย่างช้าๆ อาจจะเล่านิทานให้เขาฟังไปด้วย หรือบอกให้เขามองสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวที่น่าสนใจเช่นสัตว์เล็กๆต่างๆ โดยเฉพาะการเล่านิทานประกอบไปด้วยให้เขาเกิดจินตนาการ เขาก็จะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ฟังด้วย และการไกวเปลไปเรื่อยๆกอปรกับการเล่านิทานก็จะทำให้เด็กๆนั้น เกิดอารมณ์ผ่อนคลาย หายจากอาการหงุดหงิดได้เช่นเดียวกัน

การเคลื่อนไหวจึงเหมาะกับเด็กๆอยู่ล้ว ไม่ว่าจะเป็นการนอน เปลญวนเด็ก การที่คุณพ่อคุณแม่ได้อุ้มเขาแล้วโยกไปมาเบาๆ การทำท่าทางให้เขาหัดเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลงต่างๆ ก็จะทำให้เขามีอารมณ์ที่เบิกบานแจ่มใส

การเลือกเปลไกวเด็ก

 

เปลไกวเด็ก ที่ออกแบบมาในปัจจุบันนั้น มีอยู่หลายรุ่น ทำให้สะดวกต่อการที่คุณพ่อคุณแม่จะเลือกใช้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย โดยเฉพาะในเด็กอ่อนนั้น เขาจะตื่นบ่อยมาก เพราะการหลับของเขาเป็นการนอนหลับที่ไม่ได้หลับสนิท ฉะนั้นเขาจึงรู้สึกตัวเร็วหากมีการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ดัง แสงไฟที่เข้ามาแยงตาหรืออื่นๆ ทำให้เด็กตื่นได้เร็ว

การใช้ เปลไกวเด็ก จึงช่วยบรรเทาและลดอาการเหล่านี้ได้ เพียงเพราะเด็กอ่อนนั้น ยังเคยชินอยู่กับการเคลื่อนไหวตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เขาจึงชอบการเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ จึงชอบการนอนในเปลไกวไปด้วย ทำให้เขาได้นอนหลับอย่างสบาย แม้ว่าการนอนไม่ได้หลับสนิทก็ตาม และการเลือกเปลไกวเด็ก สำหรับเด็กอ่อนควรจะเลือกที่เปลมีลักษณะห่อหุ้มตัวเด็ก หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่อยากได้เปลซึ่งมีลักษณะทนทานแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานอาจจะเลือกเปลที่มีความกว้าง โอ่โถง และควรใช้ผ้าห่อตัวเด็กไว้ เพื่อให้เด็กเกิดความอบอุ่น และทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างอิสรเสรีได้มากขึ้นนั่นเอง

เบาะนอนสำหรับเด็กเล็กก็ควรเป็นเบาะที่อ่อนนุ่ม แต่ไม่ยุบลงไป มีลักษณะห่อตัวให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่น และผ้าที่ใช้มาทำเบาะนอนนั้นก็ต้องไม่เกิดการระคายเคือง เป็นผ้าที่ระบายความชื้น ความร้อนได้ดี จึงจะไม่ทำให้เกิดอันตรายกับเด็กเล็ก

เปลไกวเด็ก ที่ดีได้มาตรฐานจึงต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน เพราะมีหลายรุ่นให้เลือกสรร แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือ การจะทำให้เด็กได้นอนหลับอย่างสบาย ไม่เกิดปัญหาสุขภาพตามมาหากนอนไม่หลับหรือหลับแล้วตื่นบ่อยๆคือการไกวเปลอย่างสม่ำเสมอจะสามารถบรรเทาปัญหาตรงนี้ได้ จึงจำเป็นอีกอย่างหนึ่งว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกใช้เปล ที่มีฟังชั่นของการแกว่งไกวอย่างสม่ำเสมอ จึงจะทำให้เด็กหลับได้อย่างสบาย ไม่ตื่นมางอแงตอนกลางคืน

การตื่นนอนบ่อยๆของเด็กย่อมกระทบต่อสุขภาพ การพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและอารมณ์  เช่น ทำให้เด็กเกิดอาการหงุดหงิดอารมณ์ไม่แจ่มใส หรือทางร่างกายนั้น ก็จะทำให้โกรทฮอร์โมนทำงานไม่เต็มที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้เด็กกลายเป็นเด็กแคระแกร็นและเกิดเป็นปมด้อยต่อเด็กในที่สุดอีกด้วย

เด็กๆที่นอนดึกนั้น เมื่อโตขึ้นจะเตี้ยกว่าเพื่อนในรุ่นราวคราวเดียวกัน การนอนหลับของเด็กๆจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด เปลไกวเด็ก จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยได้เป็นอย่างดี

เปลไฟฟ้าสำคัญต่อการนอน

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ค่ะว่าการนอนนั้นมีความสำคัญกับเด็กมากเนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายเจริญเติบโตและได้พักผ่อน แต่สำหรับเด็กหลายคนการนอนไม่ใช่เรื่องสนุกเลยค่ะ การพาลูกเข้านอนบางครั้งก็กลายเป็นเรื่องลำบากของพ่อแม่ด้วยเช่นกัน แค่ต้องนั่งอยู่ข้างๆ จนกว่าลูกจะหลับบางครั้งพ่อแม่ก็รู้สึกเครียดแล้ว ดังนั้นมารู้จัก เทคนิคง่ายๆ ของการพาลูกเข้านอนอย่างถูกสุขลักษณะดีกว่าค่ะ

การให้ลูกน้อยเข้านอนเวลาเดิมทุกวันปิดโทรทัศน์, วิดีโอเกม, และคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาเข้านอนก่อนในเปลไฟฟ้า ให้คุณพ่อคุณแม่ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนเป็นกิจวัตรประจำวันเลยก็ได้นะคะ  อีกทั้งควรมีกิจกรรมก่อนพาลูกน้อยส่งเข้าในเปลไฟฟ้าเพื่อการผ่อนคลายเสมอ เช่น อ่านนิทานให้ฟัง เกาหลัง กอด จูบหน้าผาก และที่สำคัญในการส่งลูกน้อยเข้าสู่เปลไฟฟ้าคุณพ่อคุณแม่ควรดูอุณหภูมิห้องพอเหมาะ อากาศถ่ายเทดี และมืดเพียงพอไม่ควรมีโทรทัศน์และวิดีโอเกม ในห้องนอนด้วยนะคะเพื่อการนอนหลับที่สนิทและยาวนานแก่ลูกน้อย

บอกให้เขานอนนิ่งๆ บนเตียงและกล่าวราตรีสวัสดิ์กับพ่อแม่ถ้าลูกนอนอยู่ในเปลไฟฟ้าได้นานและทำกิจกรรมสำเร็จทุกขั้นตอนรุ่งเช้าให้ชมเขาค่ะแต่ถ้าการพาเข้านอนไม่สำเร็จ ลูกไม่ยอมนอนอยู่นิ่งๆ ในเปลไฟฟ้าเสียที ลองวิธีการเหล่านี้นะคะถ้าเขาลุกไปที่อื่นให้พากลับไปยังเปลไฟฟ้าอีกครั้งลองค้นหาว่าลูกกลัวสิ่งใดหรือเปล่า บางครั้งการเปิดไฟไว้เล็กน้อยหรือเดินตรวจดูรอบห้องให้เห็นว่าไม่มีอะไรจะ ช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นได้ค่ะถ้าลูกร้องประท้วงไม่ยอมนอน ให้รอสักพัก ปล่อยให้เขานอนร้องในเปลไฟฟ้าคนเดียวไปก่อนจนสงบลงบ้างจึงค่อยเข้าไปตรวจดูอีก ครั้งค่ะถ้ายังคงร้องอยู่ต่อเนื่องหรือเริ่มร้องเรียกพ่อแม่ ให้รอต่ออีกซักนิดอย่าเพิ่งรีบเข้าไปหานะคะ จนเริ่มสงบลงบ้างจึงค่อยเข้าไปค่ะบอกลูกให้รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเข้านอนแล้ว ถ้าหนูไม่ร้องแล้วนอนหลับนิ่งๆ เราจะเข้ามาหาอีกครั้งเพื่อดูว่าหลับหรือยังค่ะถ้าวิธีเหล่านี้ไม่ได้ผลหรือมีปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะรดที่นอน ต้องลองปรึกษากุมารแพทย์แล้วค่ะ

มันเป็นวิธีที่สร้างความคุ้นเคยระหว่างลูกน้อยกับเปลไฟฟ้าได้เป็นอย่างดีทีเดียวเลยนะคะ เพียงแค่คุณเข้มแข็ง และอย่าใจอ่อนในการฝึกลูกรับรองได้เลยว่าไม่เกินครึ่งเดือนหรอกค่ะลูกน้อยของคุณก็จะสามารถนอนในเปลไฟฟ้าคนเดียวได้

การเลือกและใช้เปลญวนเด็ก

 

การนอนใน เปลญวนเด็ก ของเด็กๆนั้นสิ่งสำคัญก็คือความปลอดภัยของเปล ที่ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ การที่เปลจะได้มาตรฐานอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับ การใช้วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตตัวเปล ว่ามีความแข็งแรงทนทานมากแค่ไหน รองรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ โครงสร้างเป็นอย่างไร เพราะการใช้ปลญวณนั้นส่วนมากคุณพ่อคุณแม่จะเน้นที่เรื่องของความทนทานมากและการใช้งานที่ยาวนานมากกว่าอย่างอื่น

เนื่องจากลักษณะของเปลญวณที่เราคุ้นเคยกันดี คือกางเปลไว้ตามใต้ต้นไม้ ตามสวนหน้าบ้าน และการพกพาพับเก็บได้อย่างสะดวกจึงทำให้เกิดความสบายในการใช้ของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หรือตัวเด็กเองก็ตาม

นอกจากการดูในเรื่องของความทนทาน วัสดุที่ใช้ทำแล้ว การรับน้ำหนัก มีส่วนสำคัญที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเปลญวนเด็กนี้มีความทนทานตามมาตรฐานที่รับรองจริงหรือไม่ ซึ่งต้องมีการแกว่งไกวว่ารับน้ำหนักได้มากมายเพียงใดอีกด้วย เพราะถ้าในบางครั้งการรับน้ำหนักได้มากก็จริง แต่ถ้ามีการแกว่งไกวแล้วเกิดการชำรุดหรือขาดของผ้าเปล อุปกรณ์ต่างๆ ต้องพิจารณาดูว่า แท้จริงแล้วเปลได้มาตรฐานจริงหรือไม่ หรือในบางครั้งการใช้ที่ไม่ทะนุถนอมของใช้ก็ทำให้เกิดความชำรุดได้ง่าย

การทะนุถนอมเปลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะแสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้มีความเข้าใจเกี่ยวกับเปลญวนเด็กอย่างไร  ไม่ใช่ว่าเปลญวณที่เราคุ้นเคยกันนั้นต้องถึกทนนานเสมอไป เพราะวัสดุที่ใช้ก็ต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา ถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวังก็พังเอาได้

อย่างไรก็ดี ควรจะพิจารณาการซื้อเปลญวนเด็ก จากเนื้อผ้าที่ใช้ทำเปลด้วยว่ามีความทนทานมากเพียงใด อีกทั้งมีความปลอดโปร่งโล่งสบายสำหรับเด็กหรือไม่ เพราะหากมีความชื้นมากไปแล้วระบายได้ไม่ดี เด็กๆก็จะเกิดอาการคันตามขัอพับ คันหลัง หรือบางคนก็คันศรีษะด้านหลังที่นอนกับเปล ด้วยเหตุที่ความชื้นไม่ถูกระบายนั่นเอง

เด็กๆที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแพ้ผ้าอ้อม แพ้เนื้อผ้าต่างๆคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องพิจารณาดูเช่นเดียวกัน ให้เลือกผ้าที่มีความยืดหยุ่น ไม่ระคายเคืองผิวเด็ก เพราะเด็กบางคนก็ไม่ได้นอนเปลญวนเด็กแบบหลับไปเลย แต่นอนเล่นเฉยๆ ซึ่งอาจจะไม่มีผ้ารองบนเปล เขาอาจจะเกิดอาการคันและไม่สบายตัวได้ เพราะแพ้เนื้อผ้า หรือใยผ้า

 

เรื่องความสะอาดก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มากับเปลญวนเด็ก เพราะเปลที่มีลักษณะสมบุกสมบันกางนอนได้ทุกที่ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไรฝุ่น ละอองเกสดอกไม้ พวกเห็บ หมัด มด แมลงต่างๆที่จะนำพาอันตรายมาให้ลูกได้

รวมรีวิวการใช้งานเปลไกวไฟฟ้าจากครอบครัวผู้ใช้งานจริง

1.รีวิวจากคุณเปิ้ล “ปกติแล้วเนี้ย น้องผึ้งเขานอนกลางวันแค่ 30 นาทีเท่านั้น แล้วก็จะตื่นมางอแงร้องไห้เป็นประจำเลยค่ะ แต่หลังจากการซื้อเปลไกวไฟฟ้ายี่ห้อ Autoru ไปใช้งานแล้ว น้องผึ้งก็สามารถหลับยาวนานกว่าปกติจาก 30 นาที ไปเป็น 2-3 ชั่วโมงทีเดียวค่ะ พอตื่นมาก็อารมณ์ดีไม่งอแง เปิ้ลปลื้มกับเปลไกวเครื่องนี้สุด ๆ ไปเลยค่ะ ไม่ต้องมาคอยดูลูกอยู่ข้างเปลตลอดเวลาอีกแล้ว สามารถทำงานส่วนตัวและกิจกรรมต่าง ๆ ในบ้านได้อย่างอิสระมากขึ้น”

2.รีวิวจากคุณต่าย “ที่บ้านของต่าย จะมีคุณตาคุณยายอยู่ด้วยค่ะ และท่านก็จะเป็นคนคอยดูแลและเลี้ยงดูลูกของต่าย เพราะว่าต่ายกับสามีจะต้องออกไปทำงานข้างนอกไม่มีเวลาดูแลลูก และคุณตากับคุณยายก็เต็มใจที่จะมาช่วยดูแลหลานของท่านอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ท่านจึงมาคอยช่วยเลี้ยงดูให้อยู่ทุกวัน แต่ว่าก่อนจะซื้อเปลไกวไฟฟ้าตัวนี้ (ยี่ห้อ Autoru)คุณตาและคุณยายเริ่มบ่นกันว่าเมื่อยแขนและเอว ก็เลยสอบถามและทราบมาว่าเป็นเพราะต้องไกวเปลตลอดเวลาทำให้เกิดการล้าของร่างกาย ทางต่ายและสามีจึงตัดสินใจสั่งซื้อเปลไกวไฟฟ้ามาใช้งาน หลังจากนั้น คุณตาและคุณยายก็ไม่เคยบ่นว่าเมื่อยอีกเลย”

3.รีวิวจากคุณสา “น้องเป็นคนที่ติดแม่มากค่ะ จำเป็นจะต้องคอยอุ้มอยู่ตลอดเวลา ถ้าวางเมื่อไรเป็นต้องร้องไห้ออกมาทันที เราก็ต้องคอยมาประคบประหงมอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งไม่มีโอกาสได้ไปทำงานของตัวเองเลย แต่หลังจากได้เปลไกวไฟฟ้าของ Autoru มานี่ ลูกของสากลายเป็นเด็กอารมณ์ดีไปเลยค่ะ ไม่ต้องมาคอยอุ้มอยู่ตลอดเวลาแล้วด้วย แค่เอาลูกไปนอนในเปลแล้วเปิดให้ไกวเบา ๆ ก็พอแล้ว เขาก็สามารถนอนหลับได้อย่างรวดเร็วแล้วแหละค่ะ”

4.รีวิวจากคุณนิด “นิดรุ้สึกคุ้มมากเลยค่ะที่ได้ซื้อเปลไกวไฟฟ้ายี่ห้อ Autoru มาใช้ ปกติน้องเป็นคนที่นอนยากมาก หลับยากมาก นอนด้วยตัวเองไม่ได้เลย ต้องคอยอุ้มและโยกตัวไปมาตลอดเวลาถึงจะยอมหลับได้ ปลีกตัวออกไปทำอะไรไม่ได้เลย พอใช้เปลไกวไฟฟ้ามาใช้เท่านั้นแหละ เราถึงกับตกใจเลยแหละค่ะ เพราะลูกของนิดกลายเป็นคนหลับง่าย และหลับนาน ที่สำคัญไม่ต้องไปคอยอุ้มเขาด้วย จากเด็กที่เป็นคนติดแม่ ตอนนี้กลายเป็นคนติดเปลไปเลยค่ะ”

5.รีวิวจากคุณชาติ “โห เมื่อก่อนนะครับ แทบจะไม่ต้องทำมาหากินกันเลยทีเดียว เพราะต้องมาคอยอุ้มเจ้าตัวยุ่งนี่ทั้งวัน ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากต้องมานั่งคอยนอนคอยดูแลแบบชนิดออกห่างไม่ได้ พอรู้ว่ามันมีเปลไกวไฟฟ้าขาย เลยรีบออกไปหาซื้อกับภรรยาทันทีครับ และผลที่ได้ก็เยี่ยมที่สุดเลย หมดกังวลไปได้อีกเรื่อง”

เปลไกวไฟฟ้ามาตรฐานไม่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

เมื่อได้ยินคำว่า เปลไกวไฟฟ้า คุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็คงเกิดความไม่สบายใจที่จะให้นำมาให้ลูกๆได้นอนกัน เพราะความกลัวว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แฝงมากับระบบไฟฟ้าต่างๆในเปลนั้น จะเกิดการสะสมให้ส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเมือดเลือดขาวได้

หากแต่ความกังวลเหล่านี้จะหมดไป เพราะในปัจจุบันการผลิตเปลชนิดดังกล่าวนี้ ที่ได้มาตรฐานรับรอง มีความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิต จะออกแบบให้ปราศจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ต้องมีความกังวลว่าเด็กจะได้รับอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มากับในชนิดนี้

ขณะเดียวกันถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังเกิดความกังวลอยู่  ใน เปลไกวไฟฟ้า ที่ผลิตออกมาหลายรุ่น ทั้งระบบให้ไกวอัตโนมัติ และใช้แบบไกวกับมือได้ อาจจะเลือกใช้การไกวกับมือไปก่อน ถ้าได้ศึกษาอย่างละเอียดแล้วว่า ไม่เกิดอันตรายกับลูก ก็สามารถใช้ระบบอัตโนมัติในเปลได้ ให้มีการแกว่งไกวโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องออกแรงเลย

คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ว่า ในยามที่ลูกหลับการนอนโดยไกวเปลอย่างไม่สม่ำเสมอนั้น เด็กบางคนก็อาจจะตื่นมาได้ เพราะเขาเคยชินกับการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเด็กทารกเล็กๆ ที่เขามักเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระในท้องแม่ เมื่อเขาได้ออกมาสู่โลกภายนอกยังเคยชินกับการเคลื่อนไหวที่แสนอบอุ่นและสบายนั้นอยู่ ในระยะนี้ ก็ต้องให้ความเคยชินกับเขาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสังเกตดูว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนไม่ได้ใช้ เปลไกวไฟฟ้า แต่ใช้การอุ้มลูกแล้วโยกตัวไปมาเบาๆแทน ลูกก็จะหลับได้ง่าย แต่พอจะวางลูกนอนบนเบาะเด็กกลับตื่นขึ้นมางอแง จึงทำให้พ่อแม่ต้องอุ้มเด็กนอนอยู่อย่างนั้น ส่งผลต่อสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ด้วยเช่นกัน

การใช้ตัวช่วยเช่น เปลไกวไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณพ่อคุณแม่ในยุคปัจจุบันไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยจนเกินไป และมีเวลาเล่นกับลูกๆในช่วงกลางวันมากขึ้น หากแต่การเลือกเปลชนิดนี้ก็ควรตรวจสอบอย่างละเอียดตามที่กล่าวไปข้างต้น เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้ แต่ในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่แล้ว การผลิต เปลไกวไฟฟ้า ที่ได้มาตรฐาน มีการผลิตในบริษัทที่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่า จะไม่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แฝงมากับระบบอัตโนมัติต่างๆที่จะทำให้ลูกเกิดอันตรายได้ในอนาคต เพราะความปลอดภัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ด้านของราคาเปลไกวไฟฟ้า บางชนิดที่อาจจะแพงขึ้นมานิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานแล้วก็คุ้มเกินคุ้ม เพราะจะได้ทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดีของพ่อแม่และลูกด้วย

เปลไกวไฟฟ้าและส่วนประกอบ

ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นเมืองไทยหรือในเมืองนอกเปลไกวไฟฟ้าก็ต่างได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมากไม่เบาเลยนะคะ เพราะเป็นเครื่องที่ช่วยผ่อนแรงคุณแม่ได้ดีไม่เบาเลยทีเดียว วันนี้เรามาดูส่วนประกอบของเปลไกวไฟฟ้ากันดีกว่า ว่ากว่าจะมาเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทุ่นแรงหรือผ่อนแรงคุณแม่ให้ได้รับความสะดวกสบายในการเลี้ยงดูลูกน้อยได้เป็นอย่างดีว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง

ส่วนประกอบของเปลไกวไฟฟ้า ดังต่อไปนี้

  1. สวิตซ์ปิดเปิดการทำงานของเปลไกวไฟฟ้า เป็นส่วนประกอบที่คอยควบคุมการทำงานของเปลให้เป็นไปตามความต้องการของคุณแม่นั่นเองค่ะ โดยลักษณะของส่วนประกอบอาจมีลักษณะเป็นปุ่มปิดเปิดเพื่อความถนัดของคุณแม่ หรือถ้าจะให้ทันสมัยหรือมีความก้าวล้ำขึ้นมาหน่อยก็จะต้องมีลักษณะที่เป็นหน้าจอควบคุม หรือรีโมท ตามระบบฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อช่วยให้เปลไฟฟ้าช่วยในการทำงานได้ง่ายและสะดวกเป็นที่สุดนั่นเองค่ะ
  2. สายไฟ เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าไปสู่ระบบการทำงานได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้จะต้องมีการเก็บหรือเชื่อมต่อกับปลั๊กต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และทางที่ดีที่สุดคือการเก็บให้มิดชิดและพ้นมือเด็กเป็นที่สุด เพื่อความปลอดภัยแก่ลูกน้อยนั่นเองค่ะ
  3. เฟืองที่เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งเลยสำหรับเปลไกวไฟฟ้า เพราะเป็นตัวที่ช่วยในการไกว เพื่อให้เปลไกวอย่างสม่ำเสมอ และเป็นไปตามที่คุณแม่ทั้งหลายปรับเพื่อให้ลูกรักได้พักผ่อนและนอนหลับได้เต็มที่ แต่ทั้งนี้ควรจะหมั่นตรวจสอบและทำการหยอดน้ำมันเพื่อเป็นการหล่อลื่นให้เฟืองสามารถทำได้นานที่สุด

แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรที่จะมองข้ามเป็นอย่างยิ่งในการใช้เปลไกวไฟฟ้าสำหรับการกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับนั้นคือการดูแล ตรวจสอบ และซ่อมแซมส่วนของอุปกรณ์ตัวเครื่องภายนอกที่ต้องมีความจำเป็นในการดูแลรักษา การทำความสะอาดในการใช้งานอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการลดการสะสมของเชื้อโรค โดยอย่าลืมว่าลูกน้อยของคุณเป็นวัยที่อยู่ในช่วงกำลังอ่อนแอต่อเชื้อโรคได้อย่าง่ายดาย ลูกน้อยของคุณสามารถเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างอาการแพ้ต่างๆ ซึ่งสังเกตได้ว่าเด็กเล็กจะมักมีพื้นแดงขึ้นได้ง่าย ซึ่งหากเกิดขึ้นเด็กก็จะไม่สบายตัว คราวนี้ก็จะร้องไห้งอแง คุณก็ต้องดูแลรักษากับเป็นเรื่องใหญ่โตกันไปเสียอีก อีกทั้งการดูแลเปลไกวไฟฟ้าให้สะอาดนั้นยังเป็นการคงประสิทธิภาพในการใช้งานเปลไฟฟ้าให้มากที่สุดและยืดระยะการใช้งานได้เป็นอย่างดีไม่น้อยเลยทีเดียวนั่นเองค่ะ ได้ทั้งความปลอดภัยแก่ตัวลูกน้อย และอายุการใช้งานที่ยืดยาวขึ้น ช่างเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยเลยนะคะ

 

เปลไกวไฟฟ้าเปลที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องทำความรู้จัก

ในยุคปัจจุบันนี้ เปลเด็กที่เราคุ้นเคยเมื่อก่อนนั้นแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว เปลที่ใช้แรงคนในการไกวเปล เพราะปัจจุบันนั้นเปลไกวไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันอย่างมาก จะเห็นได้จากทุกวันนี้ใครก็พูดถึงเปลไกวไฟฟ้าหรือเปลไกวอัตโนมัติ ด้วยเหตุที่ว่าเปลไกวไฟฟ้านั้นเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณแม่เป็นอย่างมากและอีกอย่างเปลไกวไฟฟ้าสามารถลดเวลาการเลี้ยงลูกของคุณแม่ลงได้วันหนึ่งเป็นสิบๆชั่วโมงเลยที่เดียว ด้วยเหตุนี้เปลไกวไฟฟ้าจึงเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะคนในยุคใหม่นั้นเน้นความสบายของตัวเองเป็นหลักไม่เว้นแม่แต่การเลี้ยงลูก

เปลไกวไฟฟ้านั้นเป็นเปลสำหรับเด็กที่ได้รับการพัฒนามากจากเปลเด็กธรรมดาๆนี่แหละครับ แต่ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจึงทำให้มีการพัฒนาเครื่องไกวเปลออกมาและเมื่อเอามาติดกับเปลๆเด็กก็จะไกวได้เองที่เราเรียกกันว่า “เปลไกวไฟฟ้า” นั่นเอง ด้วยเหตุที่ว่ามันสามารถไกวลูกน้อยเราได้เองโดยอัตโนมัติ คุณแม่มือใหม่อาจจะต้องทำความเข้าใจในการใช้งานเปลไกวไฟฟ้าให้เข้าใจอย่างท่องแท้เสียก่อน ไม่ใช้ขั้นตอนการติดตั้งปิดเปิดนะครับ วิธีการใช้งานที่ผมพูดถึงก็คือการใช้งานเปลไกวไฟฟ้าอย่างไรไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ที่แม่กับลูกน้อยต้องมีต่อกัน เพราะลูกน้อยจะจดจำได้ตั้งแต่แรกเกิดว่าแม่ดูแลตัวเองยังไง แม่ใส่ใจเราไหม หรือปล่อยให้เราหลับเอง ลูกน้อยจะมีความคิดแต่เพียงว่าเขาต้องการแม่เท่านั้น และหากคุณแม่มือใหม่ที่ใช้เปลไกวไฟฟ้าแบบผิดๆนั่นคือยัดลูกน้อยลงแล้วปล่อยให้เปลไกวจนหลับไปเองวิธีแบบนี้ผิดนะครับ การใช้ให้ถูกต้องก็คือเราต้องกล่อมลูกน้อยให้หลับก่อนแล้วค่อยเอาลงเปลไกวไฟฟ้าหรือเอาลงกร่อนในเปลให้หลับในเปลโดยที่เริ่มต้นนั้นคุณแม่ต้องอยู่ให้ลูกเห็น กล่อมให้ลูกน้อยของเราหลับสนิทเสียก่อนในขั้นตอนนี้เราก็อาจจะยังไมเปิดเครื่องเปลไกวไฟฟ้า แต่หลังจากที่ลูกน้อยหลับสนิทแล้วเราถึงจะเปิดเครื่องให้เปลไกวไฟฟ้าทำงาน

จากที่เล่ามาหากท่านคุณแม่ท่านไหนที่ต้องการจะใช้เปลไกวไฟฟ้าในการเลี้ยงลูกก็ควรที่จะทำความเข้าใจการใช้ให้ลึกซึ้ง สอบถามให้ชัดเจน เพราะเราจะต้องใช้กับลูกของเราที่เรารักหากผิดพลาดหรือใช้ผิดเพี้ยนไปอาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของแม่และเด็ก เพราะเปลไกวไฟฟ้านั้นทำงานเบ็ดเสร็จในตัวของมันเอง หากคุณแม่ไม่ใส่ใจกับลูกน้อยที่ใช้เปลไกวไฟฟ้า อาจจะส่งผลเสียใหญ่หลวงที่คุณแม่ไม่คาดคิด ฉะนั้นการจะใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ท่านจะต้องเข้าใจมันอย่างละเอียดอย่างดี